Showing: 1 - 5 of 5 RESULTS
สูตรดินปลูกแคสตัส ไม้อวบน้ำ

สูตรดินปลูกแคสตัส ไม้อวบน้ำ

หลายคนคงเคยเจอปัญหา ซื้อต้นไม้ในกระถางจากร้านจำหน่ายต้นไม้มาเลี้ยงเองที่บ้าน แต่ปรากฏว่าต้นไม้เหล่านั้นไม่มีทีท่าว่าจะโตขึ้นกว่าเดิมสักที หนำซ้ำยังเฉา ไม่ออกดอกแตกใบ ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นไม้ไม่เติบโตคือ ดินปลูก ดินปลูก หรือวัสดุปลูก เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักในการปลูกพืชทุกชนิด เพราะเป็นแหล่งสะสมสารอาหารเพื่อให้ต้นไม้ค่อยๆดึงไปใช้ในการเติบโต ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการผสมดินสำหรับปลูกต้นไม้คือ ธรรมชาติของต้นไม้ ต้องจักก่อนว่าต้นไม้แต่ละชนิดที่เราปลูกนั้นชอบดินแบบไหน ชอบดินร่วน ดินโปร่งระบายน้ำดี หรือเป็นพืชอิงอาศัยที่ต้องการความโปร่งของวัสดุปลูกมากๆ วัสดุที่หาได้สะดวก คือการเลือกใช้วัสดุใกล้ตัวมาเป็นวัสดุปลูกไม่จำเป็นจะต้องเหมือนตามที่ตำราระบุไปเสียทุกอย่าง แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการของต้นไม้ สูตรผสมดินสามารถปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของต้นไม้ อย่างหากต้นไม้ที่เราซื้อมาเริ่มมีอาการรากเน่าควรปรุงดินให้มีความโปร่งระบายน้ำได้ดี โดยให้สังเกตอาการของต้นไม้เป็นหลัก วัสดุปลูกบางชนิดมีอายุสั้น อย่างเช่นกาบมะพร้าวที่จะเสื่อมสภาพเร็ว ฉะนั้นจึงควรเปลี่ยนดินในกระถางอยู่เสมอ อย่างน้อย 6-12 เดือนต่อครั้ง โดยการใช้กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว ควรแช่น้ำเปล่าทิ้งไว้ก่อน 2-3 คืน ดินที่ดี คือดินที่มีสารอาหารครบอันเกินจากส่วนผสมต่างๆ และมีสภาพที่เหมาะกับต้นไม้แต่ละชนิด ซึ่งสารอาหารที่อยู่ในดินจะเสื่อมสภาพตาม หากปลูกไม้กระถางจึงควรเปลี่ยนดินทุกปี หรือเปลี่ยนดินใหม่ตอนที่เปลี่ยนไซส์กระถางต้นไม้ ทั้งนี้ เรามีสูตรปรุงดินขั้นพื้นฐาน สำหรับต้นไม้ยอดนิยมทั้ง 7 ชนิดมาบอก สามารถนำไปปรับใช้กับต้นไม้ที่ปลูกในบ้านได้ แคคตัส แคคตัส เป็นพืชที่ชอบดินระบายน้ำได้ดี และต้องสะสมสารอาหารจำนวนมากเพื่อใช้ในการเติบโต ออกดอก สัดส่วนในการผสมดินจึงต้องเป็นดินที่โปร่ง ระบายน้ำได้ดี แต่อุดมไปด้วยสารอาหาร ส่วนผสม …

แสงแดด กับการเลี้ยงแคสตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ

แสงแดด กับการเลี้ยงแคสตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ

คำถามสำหรับคนที่เลี้ยง แคสตัส กระบองเพชร ไม้อวบน้ำ ตามมานอกเหนือจากการให้น้ำ ก็คือเรื่อง “แสงแดด” ที่เป็นปัจจัยหลักสำคัญอีกอย่างในการเลี้ยงและปลูกพืชวงศ์นี้ เพราะด้วยถิ่นกำเนิดที่มาจากพื้นที่แห้งแล้ง ทะเลทราย ที่มีแสงแดดส่องตลอดยาวนานทั้งวัน ตัวเขาเองจึงต้องการแสงแดดมากกว่าพืชชนิดอื่นๆแต่แสงแดดที่ต้องการนั้น ก็ยังมีระดับความเข้มข้นแตกต่างกันตามสายพันธุ์อีกด้วย ฉะนั้นหากจะเลี้ยงหลากหลายสายพันธุ์ ก็ควรจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในความต้องการแสงของแต่ละสายพันธุ์ เพราะในบางสายพันธุ์ เมื่อขาดแสง หรือได้ไม่เพียงพอ อาจจะมีผลกับลักษณะฟอร์มของต้น สี หรือแว็กซ์ที่เคลือบผิว ต้นนี้เคยถูกเลี้ยงในที่แสงน้อย ก่อนหน้านี้ฟอร์มคริสจะไม่ชัด ยืดยาว ไม่บิดเป็นเกลียว หลังจากปรับแสงฟอร์มต้นก็จะสวยขึ้น สีที่เป็นเอกลักษณ์ของตอบลูที่เป็นสีฟ้าและผิวแว็กซ์ก็เห็นเด่นชัด แล้วถ้าสถานที่ไม่อำนวย ไม่มีแสงตลอดวันจะเลี้ยงได้ไหม คำตอบคือ ได้ แต่ก็จะส่งผลตามมาหลายๆ อย่าง อาทิเช่น การเจริญเติบโตที่ช้า ฟอร์มของต้นอาจจะไม่สวยตรงตามลักษณะสายพันธุ์ โอกาสเกิดโรคบางประเภทจะสูงกว่า การที่เลี้ยงแล้วให้ออกดอกจะมีโอกาสน้อย แล้วแสงแดดแค่ไหนถึงพอที่จะเลี้ยงได้ถ้าสถานที่พร้อม มีที่รับแสงได้ยาวตลอดวัน ไม่ว่าสายพันธุ์ไหนก็สามารถเลี้ยงได้ แค่ปรับแสงให้เหมาะสมตามสายพันธุ์ แต่ถ้าเป็นใต้อาคาร บ้านเรือน มีแดดส่องไม่นาน อาจจะต้องเลือกสายพันธุ์ที่ ไม่มีผลกระทบเยอะเมื่อได้รับแสงน้อย ชั่วโมงแดดอย่างน้อย ควร 3-4 ชม. / ต่อวัน ในกรณีที่สถานที่ไม่เอื้ออำนวย แล้วมีวิธีแก้ในการเลี้ยงที่แสงแดดไม่พอหรือไม่ …

ข้อควรรู้ สำหรับผู้ที่จะปลูกแคคตัส

บางคนอาจปลูกแคคตัสเพราะว่า แคคตัสมีรูปทรงสวยงามแปลกตา แต่อาจยังไม่รู้จักแคคตัสและวิธีดูแลรักษาที่ถูกต้อง บ้านและสวนจึงได้มี “ ข้อควรรู้สำหรับผู้ที่ ปลูกแคคตัส ” มาฝากกัน ให้น้ำอย่างระวังการให้น้ำแคคตัส ไม่ควรฉีดน้ำไปที่ต้นโดยตรง เพราะจะทำให้ใบของมันเป็นรอยไม่น่าดู ถ้าปลูกในกระถางให้วางภาชนะปลูกไว้ในอ่างน้ำตื้นๆ จนกระทั่งดินที่ปลูกชุ่มน้ำ จากนั้นจึงยกออกจากอ่างและทิ้งไว้ให้น้ำไหลออกจนหมด อันตรายที่สุดสำหรับแคคตัสคือ ได้น้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้รากเน่าตายได้ ควรให้น้ำ3 วัน / ครั้ง ในฤดูร้อนและ 7 วัน / ครั้ง ในฤดูหนาว เลือกกระถางให้เหมาะสมเลือกกระถางที่ใหญ่พอมีที่ว่างให้รากขยายออกไปได้ เส้นผ่าศูนย์กลางกระถางควรเท่ากับขนาดของต้นไม้รวมหนามด้วย ถ้าเป็นแคคตัสทรงสูงให้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระถางเท่ากับครึ่งหนึ่งของความสูง ต้นไม่ควรใช้กระถางที่ใหญ่เกินไป เทคนิคการเปลี่ยนกระถางงดให้น้ำแคคตัสหลายวันก่อนเปลี่ยนกระถางใหม่ จากนั้นให้ใช้กระดาษหนังดาษหนังสือพิมพ์ปูรองพื้น จับที่ตัวกระถางและใช้ดินสอหรือตะเกียบค่อยๆดันผ่านรูระบายน้ำตรงก้นกระถางขึ้นมา ต้นแคคตัสควรหลุดจากกระถางเก่าโดยที่ตุ้มรากอยู่ในสภาพสมบูรณ์ กันหนามตำเมื่อต้องการหยิบจับแคคตัสเปลี่ยนกระถางหรือย้ายที่ใหม่ ควรป้องกันไม่ให้หนามตำมือและป้องกันไม่ให้หนามหัก โดยใช้หนังสือพิมพ์พับซ้อนกันหนาๆพันเป็นแถบรอบไม้ต้นนั้นแล้วดึงออกมา เอาหนามออกถ้าหนามแคคตัสตำนิ้วคุณเวลาที่บำรุงดูแลมัน ให้เอาหนามออกโดยใช้เทปกาวติดลงไปตรงตำแหน่งนั้นแล้วดึงให้ลอกออกแรงๆ หรือถ้ายังไม่ออกให้ใช้หนามดึงออกมา กำจัดเพลี้ยแป้งเมื่อใดที่เห็นหย่อมขาวเป็นขุยขึ้นอยู่บนแคคตัส หมายถึงว่าแคคตัสของคุณถูกเพลี้ยแป้งจู่โจมเข้าแล้ว แมลงศัตรูชนิดนี้อาศัยอยู่ใต้ขนที่ให้ความอบอุ่น ดูดกินน้ำเลี้ยงและทำให้แคคตัสโทรม กำจัดโดยฉีดพ่นด้วยยาฆ่าแมลงที่ใช้สำหรับต้นไม้ในร่ม และควรตรวจสอบฉลากให้รอบคอบและปฎิบัติตามคำแนะนำ รู้จักให้ปุ๋ยเวลาให้ปุ๋ยแคคตัสอย่าใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เนื่องจากมันบำรุงใบให้งามโดยไม่ออกดอก กระตุ้นการออกดอกโดยใช้ปุ๋ยที่มีโพแทสเซียมสูงปุ๋ยชนิดน้ำเหมาะที่สุด รักษาแคคตัสให้เอี่ยมอ่องใช้แปรงสีฟันเก่าหรือแปรงโกนหนวดขจัดฝุ่นละออง ที่จับเป็นคราบบนต้นแคคตัสที่ปลูกไว้ ในฤดูร้อนความชื้นระเหยหายได้เร็ว คุณควรพ่นละอองน้ำเบาๆให้แคคตัสที่ปลูกไว้เพื่อให้มันสะอาดเอี่ยมอย่างแท้จริง …

การดูแล กระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ หลังจากการเปลี่ยนกระถาง

การดูแล กระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ หลังจากการเปลี่ยนกระถาง

หลายคนกังวลกับ การเปลี่ยนกระถาง กระบองเพชร (แคคตัส) ไม้อวบน้ำ ว่าจะทำให้ต้นไม้ตาย แต่จริงแล้วการเปลี่ยนกระถางนั้น เป็นเรื่องง่ายมาก ถ้าเราค่อยๆ ทำตามขั้นตอนของธรรมชาติของต้นไม้ ลักษณะของต้นไม้นั้นก็ไม่ต่างจากคน ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพก็คือ ในวันที่เรายังอ่อนแอ หรือป่วย เราอยากอยู่นิ่งๆ ไม่อยากกินอะไรเยอะ ไม่อยากโดนแดดอยากนอนนิ่งๆ เฉย นั้นเป็นเพราะกลไกร่างกาย ต้องการทำการพักฟื้น ต้นไม้ก็เช่นเดียวกัน แล้วสิ่งที่ควรจะต้องทำหลังเปลี่ยนกระถาง มีอะไรบ้าง หลังจากเปลี่ยนกระถาง งดให้น้ำต้นไม้ 3-5 วัน เพื่อให้ระบบรากมีเวลาฟื้นฟูก่อน การที่รดน้ำโดยที่รากยังไม่พร้อมทำงาน จะเป็นภาระกับรากอย่างมาก ยิ่งถ้าดินที่ใช้ปลูกไม่โปร่งมากพอ โอกาสที่น้ำจะระบายได้ไม่ดี เกิดความชื้นเยอะ ยิ่งมีความเสี่ยงมากที่จะหมักหมม และเป็นเหตุให้รากเน่าได้ ซึ่งจะเป็นอาการที่เกิดในระบบราก อยู่ในกระถาง ทำให้เราไม่สามารถสังเกตได้ และรู้อีกทีคือ เกิดอาการเน่าล่ามขึ้นมาที่ต้น หรือไส้แก่นกลางต้น ** ซึ่งดินที่ปลูกนั้น ก็ควรจะมีความชื้นที่พอเหมาะ โดยส่วนมาก ในวัสดุปลูกนั้น จะมีความชื้นอยู่ในตัวอยู่แล้ว ถ้าเป็นการผสมใหม่และปลูก ความชื้นก็ค่อนข้างพอดี แต่ถ้าวัสดุเก็บไว้นานจนแห้งไม่มีความชื้นเลย แนะนำให้ใช้เสปรย์น้ำ ฉีดน้ำบางๆ เพื่อเพิ่มความชื้น เพราะถ้าความชื้นน้อยเกินไปรากอาจจะแห้งและตายได้ ฉะนั้นความชื้นที่พอเหมาะของดินในการปลูกไม้ …

การดูแลแคคตัส (ดิน น้ำ แสงแดด)

แคคตัสก็เช่นเดียวกับต้นไม้นานาชนิดที่เราปลูกไว้ในสวน ซึ่งต้องการสภาพที่เหมาะกับการเติบโต อันได้แก่ ดิน น้ำ แสงแดด น้ำ แม้แคคตัสจะทนแล้งได้ดี นานๆ รดน้ำทีก็ยังเติบโตได้ แต่ปัญหาที่เรามักพบบ่อยๆ ในหมู่นักเล่นแคคตัสหน้าใหม่ก็คือ ให้น้ำมากเกินไป ตามปกติแคตตัสต้องการน้ำเฉพาะในช่วงที่กำลังเติบโต ซึ่งก็คือช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสูง ส่วนช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงพักตัว แคคตัสจะต้องการน้ำน้อยมาก ดังนั้นการรดน้ำในฤดูฝนจึงทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ส่วนในฤดูหนาวก็ให้ลดลง พอถึงช่วงฤดูร้อนจึงค่อยให้น้ำมากขึ้น การลดปริมาณน้ำในช่วงที่แคคตัสพักตัวจะช่วยให้ต้นผลิดอกได้ ดังนั้นเมื่อซื้อแคคตัสแล้วก็ควรถามคนขายว่า ต้นจะพักตัวและออกดอกช่วงไหน จะได้งดให้น้ำในช่วงนั้น รดน้ำอย่างไรให้ถูกวิธี การรดน้ำแคคตัสหรือต้นไม้อื่นๆ มีหลักพิจารณาคือ สถานที่ตั้งกระถางหรือสถานที่ปลูก ให้ดูว่าสถานที่นั้นได้รับแสงมากหรือน้อย ในกรณีที่แดดจัด น้ำในดินหรือวัสดุปลูกจะระเหยได้เร็ว อาจทำให้ต้องรดน้ำบ่อยกว่าบริเวณที่ร่มรำไรหรือต้นที่เลี้ยงไว้ในบ้าน ประเมินกันว่า ต้นไม้หรือแคตตัสที่ตั้งในในบ้าน น้ำจะระเหยหมดภายใน 5-7 วัน แต่ถ้าตั้งไว้นอกอาคารจะระเหยหมดใน 2-3 วัน ความโปร่งร่วนของดินหรือวัสดุปลูก ดินที่โปร่ง ร่วนซุยจะระบายน้ำได้ดีกว่าดินที่เหนียว หรืออัดแน่นอยู่ในกระถาง ขนาดของกระถางหรือภาชนะปลูก ถ้ากระถางใหญ่ใส่ดินหรือวัสดุปลูกมากจะอุ้มความชื้นไว้นานกว่าภาชนะเล็กๆ ชนิดของภาชนะหรือกระถาง มีผลต่อการรดน้ำ กระถางดินเผาจะระบายน้ำและอากาศได้ดีกว่า วัสดุปลูกอาจแห้งเร็วกว่ากระถางพลาสติก รดน้ำเมื่อไรดี ควรรดในช่วงเช้า เพื่อให้น้ำที่ค้างอยู่บนต้นระเหยไปเมื่อถูกแสงแดด …